
ในช่วงหลังมานี้คำว่า PHA คืออะไร เริ่มถูกค้นหามากขึ้นในกลุ่มคนรักผิว โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกของการผลัดเซลล์ผิวที่มีความอ่อนโยนมากขึ้น PHA ถูกพูดถึงในฐานะกรดผลัดเซลล์ผิวรุ่นใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับกรดกลุ่มอื่น แต่มีความระคายเคืองต่ำกว่าในหลายกรณี
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจแบบละเอียดว่า PHA คืออะไร กลไกการทำงานเป็นอย่างไร แตกต่างจาก AHA และ BHA อย่างไร เหมาะกับผิวแบบไหน และควรเลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด
PHA คืออะไร
PHA ย่อมาจาก Polyhydroxy Acid เป็นกรดผลัดเซลล์ผิวกลุ่มเดียวกับ AHA (Alpha Hydroxy Acid) และ BHA (Beta Hydroxy Acid) แต่มีโครงสร้างโมเลกุลที่ใหญ่กว่าอย่างชัดเจน ตัวอย่างสารในกลุ่ม PHA ที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Gluconolactone และ Lactobionic Acid
ด้วยขนาดโมเลกุลที่ใหญ่กว่า PHA จึงซึมผ่านชั้นผิวได้ช้ากว่ากรดกลุ่มอื่น ทำให้มีแนวโน้มก่อการระคายเคืองน้อยกว่าในหลายสภาพผิว นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ PHA ได้รับความนิยมในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวบอบบาง
งานวิจัยที่สนับสนุนเรื่องความอ่อนโยนของ PHA
ไม่ใช่แค่กระแสความนิยมเท่านั้น แต่ยังมีการศึกษาทางคลินิกที่เปรียบเทียบผลของ PHA กับ AHA โดยตรง งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Dermatologic Surgery ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Gluconolactone เทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มี Glycolic Acid เป็นเวลา 12 สัปดาห์ และพบว่าทั้งสองกลุ่มให้ผลลัพธ์ด้านการชะลอวัยที่ใกล้เคียงกัน แต่กลุ่มที่ใช้ PHA มีอาการระคายเคืองน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (อ้างอิงงานวิจัยฉบับเต็มบน PubMed)
ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่า “ความอ่อนโยน” ของ PHA ไม่ได้เป็นเพียงคำโฆษณา แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับจริง
กลไกการทำงานของ PHA ต่อผิว
การผลัดเซลล์ผิวของ PHA เกิดขึ้นที่ชั้นบนสุดของผิวหนัง (Stratum Corneum) โดยช่วยละลายแรงยึดเกาะระหว่างเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้เซลล์เก่าหลุดลอกออกง่ายขึ้นและเผยผิวใหม่ที่เรียบเนียนกว่าเดิม
เนื่องจากโมเลกุลของ PHA มีขนาดใหญ่ กระบวนการนี้จึงเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต่างจาก AHA ที่ซึมเร็วและออกฤทธิ์แรงกว่า ส่งผลให้ผิวไม่ถูกกระตุ้นอย่างฉับพลัน จึงลดโอกาสการเกิดผื่นแดงหรือแสบร้อนหลังใช้งาน
นอกจากนี้ PHA บางชนิดอย่าง Gluconolactone ยังมีคุณสมบัติ จับความชื้น (Humectant) ในตัว จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวไปพร้อมกับการผลัดเซลล์ผิว ซึ่งเป็นจุดเด่นที่กรดผลัดเซลล์ผิวกลุ่มอื่นไม่ได้มีครบในตัวเดียว
PHA แตกต่างจาก AHA และ BHA อย่างไร
แม้ทั้งสามกลุ่มจะจัดอยู่ในหมวดกรดผลัดเซลล์ผิวเหมือนกัน แต่มีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันชัดเจน
- AHA (Alpha Hydroxy Acid) เช่น Glycolic Acid, Lactic Acid ละลายในน้ำ เน้นผลัดเซลล์ผิวชั้นบน ช่วยเรื่องความกระจ่างใสและลดเลือนริ้วรอย แต่มีโอกาสระคายเคืองสูงกว่าในผิวบอบบาง
- BHA (Beta Hydroxy Acid) เช่น Salicylic Acid ละลายในน้ำมัน จึงซึมเข้าไปทำความสะอาดรูขุมขนได้ดี เหมาะกับผิวมันหรือผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว
- PHA (Polyhydroxy Acid) โมเลกุลใหญ่ที่สุดในสามกลุ่ม ซึมช้ากว่า จึงให้ความรู้สึกอ่อนโยนกว่าในหลายกรณี เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผู้เริ่มต้นใช้กรดผลัดเซลล์ผิว

ด้วยเหตุนี้ PHA จึงถูกมองว่าเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการผลัดเซลล์ผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ต้องเสี่ยงกับอาการแสบหรือแดงที่มักเกิดขึ้นเมื่อเริ่มใช้กรดผลัดเซลล์ผิวความเข้มข้นสูง
ข้อดีของ PHA ที่ทำให้หลายคนสนใจ
นอกจากการช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนแล้ว PHA ยังมีคุณสมบัติอื่นที่น่าสนใจ ดังนี้
- เพิ่มความชุ่มชื้น เพราะมีคุณสมบัติดึงน้ำเข้าสู่ผิว ช่วยลดปัญหาผิวแห้งตึงหลังผลัดเซลล์ผิว
- มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระบางส่วน ช่วยปกป้องผิวจากปัจจัยแวดล้อมที่เร่งความเสื่อมของเซลล์ผิว
- เหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่ต้องการการดูแลแบบสมดุล เพราะระคายเคืองน้อยกว่ากรดกลุ่มอื่น
- ใช้ได้ในผิวที่มีเส้นเลือดฝอยเปราะบางหรือผิวบอบบาง ซึ่งมักไม่สามารถทน AHA ความเข้มข้นสูงได้
- เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้กรดผลัดเซลล์ผิวมาก่อน ก่อนจะขยับไปใช้กรดที่มีฤทธิ์แรงขึ้นในอนาคต
สำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวไวต่อกรดผลัดเซลล์ผิวบางชนิด PHA จึงมักเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับสูตรที่ผ่านการพัฒนาอย่างเหมาะสม
PHA เหมาะกับผิวแบบไหน
PHA เหมาะกับกลุ่มผิวและสถานการณ์ต่อไปนี้เป็นพิเศษ
- ผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่มีอาการระคายเคืองง่าย
- ผิวแห้งขาดน้ำที่ต้องการผลัดเซลล์ผิวโดยไม่สูญเสียความชุ่มชื้นเพิ่ม
- ผิวที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ และต้องการดูแลแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ผู้ที่เริ่มต้นใช้กรดผลัดเซลล์ผิวเป็นครั้งแรก
- ผิวที่มีภาวะ Rosacea หรือผิวที่แพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงกรดฤทธิ์แรง
อย่างไรก็ตาม ควรทำ Patch Test ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่เสมอ แม้ PHA จะขึ้นชื่อเรื่องความอ่อนโยน แต่ผิวแต่ละคนมีความไวต่อสารออกฤทธิ์ไม่เท่ากัน
วิธีเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี PHA อย่างปลอดภัย
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี PHA ให้ได้ผลดีและปลอดภัย ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- เริ่มจากความเข้มข้นต่ำก่อน โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ต่อเนื่องมักอยู่ที่ประมาณ 2–7% ส่วนสูตรสำหรับทรีตเมนต์เฉพาะจุดอาจเข้มข้นกว่านั้น
- ใช้ในช่วงกลางคืน เพื่อลดโอกาสผิวไวต่อแสงแดดระหว่างวัน
- ทาครีมกันแดดทุกครั้งในตอนกลางวัน เนื่องจากการผลัดเซลล์ผิวใด ๆ ก็ตามทำให้ผิวชั้นใหม่บอบบางต่อรังสี UV มากขึ้น
- ค่อย ๆ เพิ่มความถี่ในการใช้ จาก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วปรับตามการตอบสนองของผิว
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น แสบ แดง หรือคัน หากพบควรลดความถี่หรือหยุดใช้ชั่วคราว
หากแบรนด์หรือผู้ประกอบการต้องการพัฒนาสูตรที่มี PHA หรือสารผลัดเซลล์ผิวชนิดอื่นให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การทำงานร่วมกับโรงงานที่มีทีม R&D และมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการรับรองจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าสูตรมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพตามที่ต้องการ
PHA คืออะไร: สรุปสิ่งที่ควรจำ
PHA คือกรดผลัดเซลล์ผิวที่มีโมเลกุลใหญ่ ซึมช้ากว่า AHA และ BHA จึงให้ความอ่อนโยนมากขึ้นในหลายสภาพผิว เหมาะเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและสนับสนุนสมดุลผิว หากเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวและใช้ร่วมกับการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเหมาะสม PHA อาจเป็นตัวช่วยสำคัญใน Routine การดูแลผิวระยะยาว
💡 สนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวสำหรับผิวแพ้ง่าย?
Cosmina รับผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นสิวและผิวแพ้ง่าย พร้อมพัฒนาสูตรอ่อนโยนตามที่แบรนด์ต้องการ
และหากท่านใดกำลังวางแผนทำแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง สามารถมาปรึกษา #COSMINA ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!!! เพราะเราเป็นโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางที่มีมาตรฐาน GMP และ ISO 22716 พร้อมประสบการณ์มากกว่า 46 ปี
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ หรืออ่านคำถามที่พบบ่อยได้ที่หน้า FAQ
แหล่งอ้างอิง
- Green, B. A., et al. (2004). Clinical and instrumental comparison of gluconolactone and glycolic acid. Dermatologic Surgery, 30(3), 435–440. PubMed: 15002657
