เทรนด์กันแดดยุคใหม่!!! ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ SPF สูง

เทรนด์กันแดด

เทรนด์กันแดดยุคใหม่ ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ SPF สูง ในอดีต การเลือกซื้อกันแดดอาจเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่า “SPF เท่าไหร่?” แต่วันนี้ภาพของตลาด Sun Care กำลังเปลี่ยนไป ข้อมูลจาก NIQ ระบุว่า Sun Care กำลังเปลี่ยนจากหมวดสินค้าตามฤดูกาลไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคนำมาใช้ใน Daily Skincare, Makeup และ Wellness Routine มากขึ้น ขณะที่นวัตกรรมของตลาดก็ขยายไปสู่ SPF ในรูปแบบและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น นั่นหมายความว่า SPF ยังสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ผู้บริโภคกำลังถามคำถามใหม่ เช่น

  • เนื้อสัมผัสเป็นอย่างไร?
  • ทาแล้ววอกไหม?
  • แต่งหน้าทับได้หรือไม่?
  • ช่วยดูแลผิวด้านอื่นด้วยหรือเปล่า?
  • ใช้ทุกวันได้สบายไหม?

นี่คือเหตุผลที่ Sunscreen กำลังเปลี่ยนจาก “ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด” ไปสู่ “ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มี Sun Protection เป็นหัวใจสำคัญ”

สารบัญ

  1. เทรนด์กันแดดยุคใหม่กำลังเปลี่ยนไปอย่างไร?
  2. ทำไม SPF สูงจึงไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการเลือกกันแดด?
  3. 7 เทรนด์กันแดดที่ผู้บริโภคกำลังมองหา
  4. Texture กลายเป็นปัจจัยสำคัญของ Sunscreen
  5. Hybrid Sunscreen เมื่อกันแดดรวมเข้ากับ Skincare
  6. กันแดดที่ตอบโจทย์ Everyday Beauty
  7. Multi-Protection กำลังกลายเป็นโอกาสใหม่
  8. โอกาสของแบรนด์ในการพัฒนากันแดดยุคใหม่
  9. เทรนด์กันแดดจะไปทางไหนต่อ?
  10. สรุป
  11. FAQ

เทรนด์กันแดดยุคใหม่กำลังเปลี่ยนไปอย่างไร?

ตลาดกันแดดกำลังขยับจากแนวคิด “Protection First” ไปสู่ “Protection + Experience + Skin Benefits” SPF และการปกป้องรังสี UV ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือความต้องการด้าน Texture, Cosmetic Elegance และการดูแลผิว Circana รายงานว่า SPF กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Skincare และ Wellness Routine ตลอดทั้งปี ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงที่มีแดดหรือฤดูท่องเที่ยวอีกต่อไป ขณะเดียวกัน ตลาดยังเห็นการเติบโตของ Facial SPF และผลิตภัณฑ์ที่ผสาน SPF เข้ากับ Skincare และ Makeup มากขึ้น ดังนั้น Product Development ของกันแดดยุคใหม่จึงต้องคิดมากกว่า จะทำ SPF เท่าไหร่?” แต่ต้องคิดถึง จะทำให้ผู้บริโภคอยากใช้ทุกวันได้อย่างไร?”

ทำไม SPF สูงจึงไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการเลือกกันแดด?

SPF เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการป้องกัน UVB แต่ผู้บริโภคไม่ได้สัมผัสค่า SPF โดยตรงสิ่งที่ผู้บริโภครับรู้ทันทีคือ Texture → การเกลี่ย ความรู้สึกบนผิว Finish → การใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่น หากผลิตภัณฑ์มี SPF สูงแต่เนื้อหนัก วอก หรือไม่เข้ากับ Routine ก็อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้เป็นประจำ แนวโน้มนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่ “Wearability” และ Aesthetic Experience กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Performance ของกันแดดมากขึ้น ดังนั้นการแข่งขันของ Sunscreen จึงไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวเลข SPF แต่รวมถึง ประสบการณ์หลังทาบนผิว

7 เทรนด์กันแดดที่ผู้บริโภคกำลังมองหา

  1. SPF สูง + Broad-Spectrum Protection
    แม้ผู้บริโภคจะมองมากกว่า SPF แต่การป้องกันรังสี UV ยังคงเป็น Core Benefit ของ Sunscreen ตลาดยังเห็นความต้องการผลิตภัณฑ์ SPF สูงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการใช้กันแดดเป็นประจำมากขึ้น สำหรับแบรนด์จึงไม่ใช่การเลือกว่าจะเน้น SPF หรือ Texture แต่คือการสร้างสมดุลระหว่าง Protection + Wearability
  1. Lightweight Texture
    หนึ่งในเทรนด์ที่ชัดเจนคือ กันแดดเนื้อบางเบา เมื่อ Sunscreen กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Daily Skincare ผู้บริโภคจึงต้องการ Texture ที่สามารถใช้ร่วมกับ Routine อื่นได้ง่าย ตัวอย่าง Texture ที่ได้รับความสนใจ ได้แก่
    – Fluid
    – Serum
    – Gel
    – Milk
    – Essence
    – Lightweight Cream
    จุดสำคัญคือการทำให้ Protection รู้สึกเบาและใช้งานง่าย
  1. Invisible Finish และ Skin-Tone Inclusivity
    กันแดดที่ทาแล้วเกิดคราบขาวหรือ White Cast เป็นหนึ่งใน Pain Point ที่ตลาดพยายามแก้ไข เทรนด์ใหม่จึงให้ความสำคัญกับ Invisible Finish และสูตรที่สามารถเกลี่ยให้เข้ากับสีผิวได้หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบ Tinted Sunscreen เพื่อช่วยให้เข้ากับ Makeup และ Complexion มากขึ้น แนวโน้มนี้สะท้อนว่า ความครอบคลุมของสีผิวและ Cosmetic Elegance กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ Sunscreen
  1. Hybrid Sunscreen
    Hybrid Sunscreen เป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของตลาด แทนที่จะทำหน้าที่เป็นเพียง Sunscreen ผลิตภัณฑ์สามารถรวม Benefit ด้าน Skincare เข้าไปด้วย เช่น
    – Sunscreen + Hydration
    – Sunscreen + Antioxidant Care
    – Sunscreen + Barrier Care
    – Sunscreen + Makeup
    ตลาดปี 2026 เห็นการขยายตัวของ SPF ไปสู่ผลิตภัณฑ์ Hybrid ที่เชื่อม Sun Care เข้ากับ Skincare และ Makeup มากขึ้น
  1. กันแดดที่มี Skin Benefits
    ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียง “ป้องกัน” แต่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกวันมีประโยชน์ต่อ Skincare Routine ด้วย จึงเกิด Product Concept เช่น
    – Hydrating Sunscreen
    – Brightening Sunscreen
    – Barrier-supporting Sunscreen
    – Anti-Aging Sunscreen
    แนวคิดนี้ทำให้ Sunscreen เข้าใกล้ Category ของ Skincare มากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้แบรนด์สร้างความแตกต่างผ่าน Formula และ Ingredient Story
  1. Makeup-Friendly Sunscreen
    เมื่อกันแดดกลายเป็นขั้นตอนประจำวัน ผลิตภัณฑ์จึงต้องสามารถทำงานร่วมกับ Makeup ได้ดี ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ
    – ไม่เป็นคราบ
    – ไม่ทำให้ Makeup แยกชั้น
    – เกลี่ยง่าย
    – Finish ดูเป็นธรรมชาติ
    – สามารถใช้เป็น Base ได้
    ตลาดยังเห็นการเติบโตของ SPF-infused Makeup และ Hybrid Beauty Products ซึ่งช่วยให้ Sun Protection เข้าไปอยู่ใน Routine ที่ผู้บริโภคใช้อยู่แล้ว
  1. Convenient Reapplication
    อีกหนึ่งโจทย์ของ Sunscreen คือ การทาซ้ำ เพราะแม้ผลิตภัณฑ์จะมี Protection ที่ดี แต่หากการทาซ้ำไม่สะดวก ผู้บริโภคอาจทำได้ไม่สม่ำเสมอ จึงเกิด Format ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวก เช่น
    – Sunscreen Stick
    – Sunscreen Mist
    – SPF Powder
    – SPF Makeup
    – Portable Formats อื่น ๆ
    แนวคิดสำคัญคือ ทำอย่างไรให้การ Reapply กลายเป็นเรื่องง่ายในชีวิตประจำวัน

Texture กลายเป็นปัจจัยสำคัญของ Sunscreen

ในอดีต Texture อาจเป็นเพียงองค์ประกอบรองของ Sunscreen แต่เมื่อผลิตภัณฑ์ถูกใช้ทุกวัน Texture กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Product Performance ลองมอง Consumer Journey Apply → Spread → Feel → Finish → Makeup Compatibility → Daily Use หากทุกขั้นตอนทำได้ดี โอกาสที่ผู้บริโภคจะรู้สึกว่า Sunscreen “ใช้แล้วอยากใช้ต่อ” ก็เพิ่มขึ้น นี่คือเหตุผลที่ Sensory Experience กำลังมีบทบาทมากขึ้นใน Sun Care Innovation โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องการให้ผู้บริโภคใช้เป็นประจำ

กันแดดที่ตอบโจทย์ Everyday Beauty

ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การสร้าง Sunscreen ที่มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่คือการทำให้ผู้บริโภค อยากหยิบมาใช้ทุกวัน เพราะ Sun Care กำลังเปลี่ยนจาก Seasonal Category ไปสู่ Everyday Category ดังนั้น Product Experience จึงต้องตอบโจทย์ชีวิตจริง Morning Routine → Skincare → Sunscreen → Makeup → Reapplication ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าไปอยู่ใน Flow เหล่านี้ได้ง่าย มีโอกาสสร้าง Daily Habit ได้มากขึ้น

Multi-Protection กำลังกลายเป็นโอกาสใหม่

อีกหนึ่งทิศทางของตลาดคือการมอง Protection ให้กว้างกว่า UV มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สื่อสารเรื่องการปกป้องจากปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ เช่น Visible Light และ Pollution งานวิจัยและ Consensus ล่าสุดให้ความสนใจกับบทบาทของ Visible Light ต่อผิว โดยเฉพาะเรื่อง Pigmentation และ Melasma และกำลังมีการพัฒนาวิธีประเมิน Visible Light Protection ให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับแบรนด์ การสื่อสาร Claim ในกลุ่มนี้ควรอิงกับข้อมูลการทดสอบและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรนำคำว่า “Multi-Protection” มาใช้โดยไม่มีหลักฐานรองรับ

โอกาสของแบรนด์ในการพัฒนากันแดดยุคใหม่

จากเทรนด์ทั้งหมด แบรนด์สามารถมอง Product Development ผ่าน 4 แกนหลัก

  1. Protection
    SPF / UVA / Broad-Spectrum Protection
  1. Texture
    Lightweight / Invisible / Comfortable
  1. Skin Benefits
    Hydration / Barrier Care / Antioxidant / Brightening
  1. Experience
    Makeup-Friendly / Easy Reapplication / Portable Format

เมื่อนำ 4 แกนมารวมกัน จะเกิด Product Concept ที่มีความแตกต่างมากกว่าการแข่งขันด้วยตัวเลข SPF เพียงอย่างเดียว

เทรนด์กันแดดจะไปทางไหนต่อ?

จากทิศทางตลาดในปี 2026 สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Sunscreen ได้ชัดเจนว่า SPF → Skin Protection → Skin Care → Beauty Experience ในอนาคต กันแดดอาจไม่ได้ถูกมองเป็น Product Category ที่แยกออกจาก Skincare และ Makeup อย่างชัดเจนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น Beauty Essential ที่เชื่อมทั้งการปกป้องผิว การบำรุง และประสบการณ์การใช้งานเข้าด้วยกัน สำหรับแบรนด์ นี่หมายความว่า Product Development จะต้องตอบคำถามมากกว่า “SPF สูงแค่ไหน?” และหันมาถามว่า ผู้บริโภคจะอยากใช้ผลิตภัณฑ์นี้ทุกวันหรือไม่?”

สรุป

เทรนด์กันแดดยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันที่ SPF สูงเพียงอย่างเดียว แต่กำลังแข่งขันกันที่ Protection + Texture + Skin Benefits + Experience ผู้บริโภคต้องการกันแดดที่ปกป้องผิวได้ดี ขณะเดียวกันก็ต้องใช้งานง่าย สบายผิว เข้ากับ Skincare Routine และสามารถตอบโจทย์ Beauty Lifestyle ได้ สำหรับแบรนด์ นี่คือโอกาสในการเปลี่ยน Sunscreen จากผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภค “ต้องใช้” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภค อยากใช้ทุกวัน”

FAQ

  • เทรนด์กันแดดปี 2026 คืออะไร?
    เทรนด์สำคัญคือการเปลี่ยนจาก Sunscreen แบบดั้งเดิมไปสู่ Daily Sun Care ที่ผสาน Skincare, Makeup, Lightweight Texture และรูปแบบที่ใช้งานสะดวกมากขึ้น
  • ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับ SPF สูงหรือไม่?
    ยังให้ความสำคัญ เพราะระดับการปกป้องเป็นพื้นฐานสำคัญของ Sunscreen แต่ปัจจัยอย่าง Texture, Finish, Skin Benefits และความสะดวกในการใช้ก็มีบทบาทมากขึ้นในการเลือกผลิตภัณฑ์
  • Hybrid Sunscreen คืออะไร?
    Hybrid Sunscreen คือผลิตภัณฑ์ที่ผสาน Sun Protection เข้ากับคุณสมบัติหรือประสบการณ์ของ Skincare หรือ Makeup เช่น Hydration, Barrier Care หรือ Tinted Finish
  • ทำไมกันแดดเนื้อบางเบาถึงได้รับความนิยม?
    เพราะ Sunscreen กำลังกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกวัน ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสบายผิว การเกลี่ย และความเข้ากันได้กับ Skincare หรือ Makeup มากขึ้น

หากคุณกำลังพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและต้องการคำแนะนำว่าควรเลือกชนิดใดให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์  #COSMINA มีทีมพัฒนาสูตรพร้อมให้คำปรึกษา ดูรายละเอียดโรงงานรับผลิตของเราได้ที่ โรงงานผลิตครีมกันแดด แบบครบวงจร  หรือติดต่อฝ่ายขายเพื่อปรึกษาสูตรผลิตภัณฑ์ของคุณ ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!!!

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว