
จากผลิตภัณฑ์ที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงขั้นตอนเสริมหลังสระผม Hair Serum กำลังกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของ Hair Care Routine มากขึ้น ข้อมูลตลาดล่าสุดประเมินว่าตลาด Hair Serum ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 1.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า ขณะที่ตลาด Hair & Scalp Care โดยรวมก็เติบโตจากความต้องการดูแลปัญหาเฉพาะด้าน เช่น ผมแห้งเสีย ผมร่วง และปัญหาหนังศีรษะ
คำถามคือ อะไรทำให้ Hair Serum กลายเป็นหมวดที่น่าจับตามองสำหรับแบรนด์ความงาม?
- Hair Care กำลังเดินตามแนวคิดเดียวกับ Skincare
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือผู้บริโภคเริ่มมอง เส้นผมและหนังศีรษะในมุมเดียวกับการดูแลผิว แทนที่จะเลือกผลิตภัณฑ์เพียงจากคำว่า “ผมนุ่ม” หรือ “ผมเงา” ผู้บริโภคเริ่มสนใจส่วนผสม ฟังก์ชัน และปัญหาเฉพาะมากขึ้น จึงเกิดผลิตภัณฑ์อย่าง
– Scalp Serum
– Hair Repair Serum
– Anti-Frizz Serum
– Heat Protection Serum
– Hair Growth-focused Serum
– Bond Repair Serum
การเปลี่ยนจาก General Hair Care → Targeted Hair Care ทำให้ Serum สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายขึ้น
- Serum ตอบโจทย์ “หลายปัญหาในหนึ่งผลิตภัณฑ์”
Hair Serum มีข้อได้เปรียบตรงที่สามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์ได้มากกว่าหนึ่ง Benefit ตัวอย่างเช่น สูตรหนึ่งอาจเน้น Smooth + Shine + Anti-Frizz + Heat Protection หรือพัฒนาไปในทิศทาง Scalp Care + Hair Strengthening + Nourishment ความสามารถในการรวมหลายฟังก์ชันไว้ในผลิตภัณฑ์เดียวสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการ Routine ที่ง่าย แต่ยังได้รับประโยชน์เฉพาะด้านมากขึ้น
- Scalp Care กำลังขยายบทบาทของ Hair Serum
เดิมที Hair Serum มักเน้นการดูแล เส้นผม เป็นหลัก แต่ปัจจุบันตลาดกำลังขยายไปถึง หนังศีรษะ การเติบโตของ Scalp Care ทำให้ Serum กลายเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปพัฒนาสำหรับการดูแลหนังศีรษะได้ด้วย เช่น สูตรที่เน้นความสมดุลของหนังศีรษะ การบำรุง หรือการดูแลเส้นผมที่มีปัญหาเฉพาะ แนวโน้มนี้กำลังทำให้ Hair Serum เปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ Finish หลังจัดแต่งทรง ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทใน Routine มากขึ้น
- ผู้บริโภคต้องการสูตรที่บางเบาและใช้ง่าย
อีกปัจจัยที่ช่วยผลักดัน Hair Serum คือรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคจำนวนมากมองหาผลิตภัณฑ์ที่ให้ประโยชน์โดยไม่ทำให้เส้นผมรู้สึกหนักหรือมันเกินไป ทำให้ Lightweight และ Non-Greasy Texture กลายเป็นจุดที่แบรนด์ให้ความสนใจในการพัฒนาสูตร โดยเฉพาะเมื่อ Hair Serum ถูกใช้เป็น Leave-in Product การออกแบบ Texture จึงมีความสำคัญไม่แพ้ Active Ingredients
- Heat Styling และ Hair Damage สร้างโอกาสใหม่ให้ตลาด
การใช้ความร้อนจากไดร์ เครื่องหนีบ และเครื่องม้วน รวมถึงการทำสีและเคมี ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลเส้นผมมากขึ้น จึงเกิดการพัฒนา Serum ที่มี Positioning เฉพาะ เช่น Heat Protection, Damage Repair, Bond Care และ Anti-Breakage ตลาดจึงไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องความเงางาม แต่ขยับไปสู่การดูแล “สุขภาพของเส้นผม” มากขึ้น

แล้วแบรนด์ควรพัฒนา Hair Serum อย่างไร?
สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าสู่ตลาด Hair Care สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการเลือก Active Ingredient ที่กำลังได้รับความสนใจ แต่ควรเริ่มจากการกำหนด Product Concept ให้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น
- Target: ผมแห้งเสียจากความร้อน
→ Concept: Heat Protection + Repair Serum - Target: ผู้บริโภคที่สนใจหนังศีรษะ
→ Concept: Scalp Care Serum - Target: ผมชี้ฟูและจัดทรงยาก
→ Concept: Anti-Frizz + Smoothing Serum - Target: ผู้บริโภคที่ต้องการ Routine ง่าย
→ Concept: Multi-Benefit Hair Serum
การกำหนด Target และ Benefit ก่อน จะช่วยให้สามารถเลือก สูตร, Texture, Packaging และ Communication ให้ไปในทิศทางเดียวกัน
Hair Serum ยังมีโอกาสเติบโตอีกหรือไม่?
แนวโน้มปัจจุบันยังสะท้อนว่า Hair Serum มีพื้นที่ให้เติบโต โดยเฉพาะกลุ่ม Treatment Serum และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะด้าน ขณะที่ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจาก E-commerce, Social Commerce และการค้นหาผลิตภัณฑ์ตามประเภทเส้นผมและปัญหาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ดังนั้นโอกาสของแบรนด์ไม่ได้อยู่ที่การสร้าง “Hair Serum อีกหนึ่งตัว” แต่คือการสร้าง Serum ที่มีเหตุผลให้ผู้บริโภคเลือก
สรุป
Hair Serum เติบโตเพราะตลาด Hair Care กำลังเปลี่ยนจากการดูแลเส้นผมแบบทั่วไป ไปสู่ Targeted และ Treatment-oriented Hair Care ทั้ง Scalp Care, Hair Repair, Heat Protection, Anti-Frizz และ Multi-Benefit Formula กำลังเปิดโอกาสให้ Hair Serum เข้าไปอยู่ใน Routine ของผู้บริโภคได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน Texture ที่บางเบาและใช้ง่ายก็ช่วยให้ผลิตภัณฑ์เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน สำหรับแบรนด์ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาด Hair Care การพัฒนา Hair Serum จึงน่าสนใจไม่ใช่เพราะเป็นเทรนด์เพียงอย่างเดียว แต่เพราะสามารถต่อยอดได้ทั้ง สูตรเฉพาะด้าน, Texture, Active Ingredients และ Product Positioning ทำให้เป็นหมวดที่มีพื้นที่สำหรับสร้างความแตกต่างได้อีกมากในตลาดความงามปี 2026
หากคุณกำลังพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ Hair Serum #COSMINA มีทีมพัฒนาสูตรพร้อมให้คำปรึกษา หรือติดต่อฝ่ายขายเพื่อปรึกษาสูตรผลิตภัณฑ์ของคุณ ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!!!
