ข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอาง ปี 2562 ที่ผู้ประกอบการควรรู้ !

ฉลากเครื่องสำอางไม่ได้เป็นเพียงสติกเกอร์บอกรายละเอียดสินค้า แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและปกป้องสิทธิของผู้บริโภค ตามข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอางปี 2562 ซึ่งผู้ผลิตเครื่องสำอางต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดทางกฎหมาย และเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาด โดยในข้อกำหนดนี้จะมีเรื่องอะไรบ้าง เรามาหาคำตอบกัน !

บทบาทของฉลากเครื่องสำอางต่อผู้บริโภค

ในการผลิตเครื่องสำอาง ฉลากนั้นเป็นมากกว่าข้อมูลพื้นฐานของผลิตภัณฑ์ แต่เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าอย่างถูกต้อง โดยฉลากมีบทบาทสำคัญต่าง ๆ ดังนี้

  1. เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และโปร่งใส
    ฉลากต้องระบุรายละเอียดต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ ปริมาณสุทธิ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริโภคทราบว่ากำลังใช้ผลิตภัณฑ์อะไรอยู่ มีส่วนผสมที่ทำให้แพ้หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยต่อตัวผู้บริโภคเอง
  1. ป้องกันการโฆษณาเกินจริง และการให้ข้อมูลผิด
    กฎหมายกำหนดให้ฉลากต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นเท็จ ทำให้เข้าใจผิด หรือเข้าข่ายเป็นสรรพคุณทางยา เช่น อ้างว่าช่วยรักษาสิว ฝ้า กระ หรือช่วยให้ผิวขาวถาวร ซึ่งอาจก่อให้เกิดความคาดหวังที่ผิด และนำไปสู่การใช้ผลิตภัณฑ์ผิดวัตถุประสงค์
  1. ช่วยลดความเสี่ยงจากอาการแพ้ และผลข้างเคียง
    การระบุส่วนผสมอย่างครบถ้วนช่วยให้ผู้บริโภคสามารถหลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคืองได้ เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารกันเสียบางชนิด นอกจากนี้ การมีข้อควรระวังก็ช่วยลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ได้
  1. สนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์
    ข้อมูลผู้ผลิต เลขที่จดแจ้ง และวันหมดอายุบนฉลากช่วยให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น การเรียกคืนสินค้า (Product Recall) หรือการพบส่วนผสมที่เป็นอันตราย

ข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอางปี 2562 มีอะไรบ้าง ?

เรื่องต้องรู้ ! ข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอางปี 2562

ประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่องฉลากของเครื่องสำอาง พ.ศ. 2562 มีเป้าหมายเพื่อกำหนดมาตรฐานการแสดงฉลากให้เป็นไปตามหลักการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นความถูกต้อง โปร่งใส และป้องกันการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด ซึ่งมีข้อปฏิบัติ ดังนี้

  1. รายละเอียดที่ต้องระบุบนฉลากเครื่องสำอาง
    – ชื่อผลิตภัณฑ์ : อาจเป็นชื่อทางการค้า หรือชื่อที่สื่อถึงลักษณะของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรใช้ชื่อที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์มีสรรพคุณเกินจริง
    – ประเภท หรือคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ : คำอธิบายของผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมบำรุงผิว โลชั่น หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งานเฉพาะควรระบุให้ชัดเจน
    – ชื่อ และที่ตั้งของผู้ผลิต / ผู้นำเข้า : หากผลิตในประเทศต้องระบุชื่อ และที่ตั้งของโรงงานผู้ผลิต หากเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้า ต้องระบุชื่อ และที่ตั้งของผู้นำเข้า พร้อมประเทศที่ผลิต
    – ปริมาณสุทธิ : ระบุปริมาณของผลิตภัณฑ์เป็นหน่วยกรัม (g), มิลลิลิตร (ml) หรือหน่วยที่เหมาะสมอย่างชัดเจน
    – เลขที่จดแจ้ง : เป็นเลขที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา ซึ่งเป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการแจ้งรายละเอียด และอยู่ภายใต้การกำกับดูแล
    – วันผลิต และวันหมดอายุ : อาจใช้คำว่า “ควรใช้ก่อน” หรือ “ใช้ได้ถึง” พร้อมระบุวันที่ที่ถูกต้อง
    – วิธีใช้ : ต้องมีคำแนะนำที่ถูกต้อง และเข้าใจง่าย หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีวิธีการใช้เฉพาะ ควรระบุอย่างละเอียด
    – คำเตือน : ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ เช่น ครีมที่มีกรดผลไม้ ต้องมีคำเตือนที่เหมาะสม
    – ส่วนประกอบ : ต้องระบุส่วนประกอบทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ โดยใช้ชื่อสารตามที่กำหนดในระบบสากล
  1. ข้อห้ามเกี่ยวกับข้อความบนฉลาก
    – ห้ามใช้ข้อความที่สื่อถึงการรักษาหรือบำบัดโรค เช่น “ลดริ้วรอยลึกได้ภายใน 3 วัน”
    – ห้ามกล่าวอ้างว่ามีส่วนผสมที่ไม่มีอยู่จริง หรือระบุส่วนผสมที่ไม่ได้มีผลต่อการทำงานของผลิตภัณฑ์ เช่น “มีทองคำบริสุทธิ์ 100%” (หากไม่มีการยืนยันด้วยผลการทดสอบ)
    – ห้ามใช้ภาพ หรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการรักษาโรค เช่น สัญลักษณ์เครื่องหมายแพทย์ หรือ ภาพผลการเปรียบเทียบก่อน-หลังแบบเกินจริง
  1. แนวทางการออกแบบฉลากให้เป็นไปตามกฎหมาย
    เพื่อให้ฉลากเครื่องสำอางเป็นไปตามข้อกำหนด ควรปฏิบัติดังนี้
    – ข้อความต้องอ่านได้ชัดเจน ใช้ฟอนต์ที่มีขนาดเหมาะสม และสีที่ตัดกับพื้นหลัง
    – ระบุข้อมูลให้ครบถ้วน ต้องมีรายละเอียดที่กฎหมายกำหนดครบทุกข้อ
    – ใช้คำโฆษณาที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการใช้คำกล่าวอ้างที่เกินจริง
    – มีความเป็นสากล การระบุส่วนผสมต้องใช้ระบบมาตรฐาน เช่น INCI

กล่าวได้ว่า ข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอางปี 2562 ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นไปที่การระบุข้อมูลให้ครบถ้วน ไม่ทำให้เข้าใจผิด และห้ามอ้างสรรพคุณเกินจริง ผู้ประกอบการที่ผลิตเครื่องสำอางจำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของคุณ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว