
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการสกินแคร์เริ่มพูดถึง “PDRN” มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสกินแคร์ระดับพรีเมียมและผลิตภัณฑ์สาย K-Beauty ที่เน้นงานผิวดูสุขภาพดี ฉ่ำโกลว์ และดูอ่อนเยาว์ หลายแบรนด์เริ่มนำ PDRN มาใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในเซรั่ม แอมพูล และสกินแคร์สำหรับผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
ทำไม PDRN ถึงเริ่มได้รับความนิยมในสกินแคร์ระดับพรีเมียม
- เทรนด์สกินแคร์เน้น “งานผิวสุขภาพดี” กำลังเติบโต
ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับ “ผิวที่ดูสุขภาพดี” มากกว่าการปกปิดผิวเพียงอย่างเดียว เทรนด์ Glass Skin และ Healthy Skin จากฝั่งเกาหลีจึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ส่วนผสมอย่าง PDRN ได้รับความสนใจมากขึ้น แบรนด์สกินแคร์ระดับพรีเมียมจึงเริ่มมองหาส่วนผสมที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านการดูแลผิวเชิงลึก และสามารถสื่อสารเรื่องงานผิวได้ชัดเจน
- ช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้าน Skin Science ให้แบรนด์
ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มสนใจ “เบื้องหลังส่วนผสม” มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อผลิตภัณฑ์หรือแพ็กเกจจิ้งเท่านั้น PDRN เป็นส่วนผสมที่มีความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและงานวิจัยด้านผิวพรรณ ทำให้หลายแบรนด์นำมาใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดูทันสมัย มีความเชี่ยวชาญ และมีความพรีเมียมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเวชสำอาง สกินแคร์คลินิก และสกินแคร์สาย Professional Beauty
- เหมาะกับกลุ่มผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
อีกหนึ่งเหตุผลที่ PDRN ได้รับความนิยม คือภาพจำของการเป็นส่วนผสมที่เหมาะกับผิวที่ดูอ่อนแอ ผิวแห้ง หรือผิวที่ต้องการการฟื้นบำรุง จึงมักถูกพัฒนาอยู่ในผลิตภัณฑ์ประเภท:
- เซรั่มบำรุงผิว
- Ampoule
- Sleeping Mask
- Post-Treatment Skincare
- สกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่าย
PDRN แตกต่างจากส่วนผสม Anti-Aging อื่นอย่างไร
แม้ในตลาดจะมีส่วนผสมด้าน Anti-Aging จำนวนมาก แต่ PDRN ถูกมองว่าแตกต่างจากส่วนผสมเดิม ๆ เพราะมี positioning ที่เชื่อมโยงกับ “Skin Recovery” และ “Healthy Skin Appearance”
- PDRN vs Retinol
– Retinol มักถูกพูดถึงในด้านริ้วรอยและผิวเรียบเนียน แต่ผู้ใช้บางกลุ่มอาจกังวลเรื่องการระคายเคือง
– PDRN มักถูกสื่อสารในมุมของการดูแลผิวให้ดูชุ่มชื้นและสุขภาพดี จึงได้รับความสนใจในกลุ่มผู้ที่ต้องการสกินแคร์ที่ดูอ่อนโยนมากขึ้น - PDRN vs Peptide
– Peptide เป็นส่วนผสมยอดนิยมในกลุ่ม Anti-Aging เช่นกัน
– PDRN มักถูกใช้เพื่อสร้างจุดขายใหม่ให้กับแบรนด์ โดยเฉพาะในตลาดที่ต้องการความแตกต่างด้านนวัตกรรม - PDRN vs Exosome
ทั้ง PDRN และ Exosome ต่างเป็นเทรนด์ส่วนผสมที่กำลังเติบโตในตลาดพรีเมียม แต่มี positioning ที่ต่างกัน โดย Exosome มักถูกสื่อสารในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วน PDRN จะโดดเด่นในด้านงานผิวและความพรีเมียมแบบ K-Beauty
สกินแคร์ประเภทใดนิยมใช้ PDRN
ปัจจุบัน PDRN ถูกนำมาพัฒนาในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น
- เซรั่ม (Serum)
เหมาะกับการสื่อสารเรื่องผิวดูโกลว์ ฉ่ำน้ำ และดูสุขภาพดี - แอมพูล (Ampoule)
นิยมใช้ในกลุ่มสกินแคร์เข้มข้นและเวชสำอาง - Sleeping Mask
ตอบโจทย์เทรนด์ Overnight Recovery Skincare - Post-Treatment Skincare
เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวหลังเผชิญมลภาวะหรือความแห้งกร้าน
PDRN เหมาะกับการสร้างแบรนด์สกินแคร์แบบไหน
- Premium Skincare
- K-Beauty Inspired
- Clinical Beauty
- Sensitive Skin
- Glass Skin
- Professional Skincare
PDRN กลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการสกินแคร์ระดับพรีเมียม เพราะตอบโจทย์ทั้งเทรนด์งานผิว เทรนด์ K-Beauty และการสร้างภาพลักษณ์ด้าน Skin Science นอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้แบรนด์สามารถพัฒนาจุดขายใหม่ ๆ ในตลาดสกินแคร์ยุคปัจจุบัน ซึ่งผู้บริโภคเริ่มมองหาทั้งประสิทธิภาพ ความอ่อนโยน และนวัตกรรมในผลิตภัณฑ์มากขึ้น
และหากท่านใดที่กำลังวางแผนสร้างแบรนด์สกินแคร์เป็นของตัวเอง สามารถมาปรึกษา #COSMINA ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!!! เพราะเราเป็นโรงงานรับผลิตสกินแคร์เวชสำอางที่มีมาตรฐาน พร้อมกับมีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี ดังนั้นมั่นใจได้ว่าท่านจะได้พบเจอกับคุณภาพ และบริการที่ประทับใจหากได้มาปรึกษากับเรา
