
สารสกัดอันทรงคุณค่าที่ใช้ในสกินแคร์หลายชนิดไม่ได้มาจากพืชเท่านั้น แต่ยังมาจากกระบวนการทางชีวภาพล้ำสมัยที่เรียกว่า Bio fermentation ซึ่งเป็นการใช้จุลินทรีย์มาสร้างสารบำรุงผิวที่บริสุทธิ์ และมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถือว่ากำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำหนดทิศทางของวงการความงาม และยังเป็นข้อมูลสำคัญที่โรงงานผลิตสกินแคร์ควรทำความเข้าใจด้วยเช่นกัน
Bio Fermentation คืออะไร
Bio fermentation คือ กระบวนการทางเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้จุลินทรีย์ (Microorganisms) เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ หรือเชื้อรา ในการเปลี่ยนสารตั้งต้นให้กลายเป็นสารประกอบใหม่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว และมีประโยชน์ต่อผิว โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactors) ภายใต้สภาวะควบคุมที่เข้มงวด วิธีนี้เลียนแบบกระบวนการหมักตามธรรมชาติ แต่ถูกควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสารที่ต้องการ
โดยเหตุผลที่อุตสาหกรรมสกินแคร์ให้ความสนใจกับ Bio fermentation และนำมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีดังนี้
- สารที่ได้จาก Bio fermentation มักมีความบริสุทธิ์สูงกว่าการสกัดจากพืชโดยตรง ทำให้ลดโอกาสการปนเปื้อนของสารที่ไม่ต้องการ และเพิ่มความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ที่ต้องการ
- ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักมักจะมีขนาดโมเลกุลที่เล็กลง และมีโครงสร้างที่ผิวรู้จัก และยอมรับได้ง่าย ทำให้สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสการระคายเคือง
- ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ทางการเกษตรขนาดใหญ่ และลดการใช้สารเคมีในกระบวนการสกัด ทำให้เป็นวิธีการผลิตสกินแคร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความยั่งยืนมากกว่า
- ช่วยให้สามารถสังเคราะห์สารที่ไม่สามารถสกัดได้จากธรรมชาติในปริมาณที่เพียงพอ หรือสร้างสารที่มีโครงสร้างใหม่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงต่อปัญหาผิว
กระบวนการสกัดสารด้วย Bio Fermentation
กระบวนการสกัดสารเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อน และต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานความสะอาด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย และคงคุณค่าสูงสุด โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ คือ
- การคัดเลือก และเตรียมจุลินทรีย์
เลือกจุลินทรีย์ที่เหมาะสม และมีความสามารถในการผลิตสารประกอบที่ต้องการ (เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ หรือกรดอะมิโน) จากนั้นทำการเพาะเลี้ยงให้มีปริมาณที่เพียงพอในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากเชื้อ - การเตรียมสารตั้งต้น และสภาวะการหมัก
เตรียมสารอาหารที่เหมาะสมให้กับจุลินทรีย์ เช่น น้ำตาล แป้ง หรือโปรตีน สารตั้งต้นเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นสารออกฤทธิ์ที่ต้องการในภายหลัง และทำการหมักในถังปฏิกรณ์ชีวภาพภายใต้การควบคุมปัจจัยต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิ, ค่า pH และปริมาณออกซิเจน เพื่อให้มั่นใจว่าจุลินทรีย์จะผลิตสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ - กระบวนการหมัก
จุลินทรีย์จะถูกนำไปเพาะเลี้ยงร่วมกับสารตั้งต้นในถังปฏิกรณ์ชีวภาพตามระยะเวลาที่กำหนด โดยจุลินทรีย์จะกินสารตั้งต้น และปล่อยสารประกอบใหม่ที่มีคุณค่าออกมาสู่สิ่งแวดล้อม - การสกัด และทำให้บริสุทธิ์
เมื่อกระบวนการหมักเสร็จสิ้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะอยู่ในรูปของเหลว จากนั้นต้องมีการสกัดแยกสารออกฤทธิ์ออกมา และเข้าสู่กระบวนการทำให้บริสุทธิ์ เพื่อกำจัดส่วนประกอบของจุลินทรีย์ สารอาหาร หรือสารที่ไม่ต้องการอื่น ๆ ออกไปให้หมด - การควบคุมคุณภาพ
ต้องมีการตรวจสอบความบริสุทธิ์ ความเข้มข้น และความปลอดภัยของสาร เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ไม่มีเชื้อโรค หรือสารพิษตกค้าง
ตัวอย่างสารสกัดจาก Bio Fermentation ในสกินแคร์
สารออกฤทธิ์ที่มีคุณค่าสูง และมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวที่ได้จากกระบวนการนี้ ซึ่งหลายตัวเป็นส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวระดับพรีเมียม เช่น
- กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid – HA) : HA ที่ใช้ในเครื่องสำอางส่วนใหญ่มักได้จากการหมักจุลินทรีย์ (Streptococcus sp.) ซึ่งให้ HA ที่มีความบริสุทธิ์ และสามารถควบคุมขนาดโมเลกุลได้ตามต้องการ ทำให้สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิว และเพิ่มความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เปปไทด์ และกรดอะมิโน : จุลินทรีย์สามารถผลิตเปปไทด์ และกรดอะมิโนบางชนิดได้ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมผิว
- วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ : เช่น วิตามินบี 12 หรือโคเอนไซม์คิวเทน สามารถผลิตได้จากกระบวนการ Bio fermentation ซึ่งให้สารที่มีความเสถียร และสามารถนำมาใช้ในสูตรสกินแคร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
- สารสกัด Postbiotics และ Ferment Lysates : เป็นสารที่ได้จากการย่อยสลายเซลล์ของจุลินทรีย์หลังการหมัก ซึ่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโน วิตามิน และกรดอินทรีย์ต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง และเพิ่มความสมดุลให้กับผิว

ความบริสุทธิ์ของสารสกัดเป็นปัจจัยสำคัญของสกินแคร์พรีเมียม ซึ่ง Bio fermentation จะเข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องนี้เนื่องจากสารที่ได้ถูกควบคุม และผลิตโดยจุลินทรีย์ภายใต้สภาวะปลอดเชื้อ การนำสารที่ได้จากกระบวนการนี้มาใช้จึงมีส่วนช่วยยืนยันได้ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณมีคุณภาพ และปลอดภัยจากสิ่งปนเปื้อน ดังนั้น การเลือกโรงงานผลิตสกินแคร์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้จึงช่วยยกระดับแบรนด์สู่มาตรฐานสูงของวงการ
หากท่านใดที่กำลังวางแผนทำแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง สามารถมาปรึกษา #COSMINA ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!!! เพราะเราเป็นโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางที่มีมาตรฐาน พร้อมกับมีประสบการณ์มากกว่า 46 ปี ดังนั้นมั่นใจได้ว่าท่านจะได้พบเจอกับคุณภาพ และบริการที่ประทับใจหากได้มาปรึกษากับเรา
