
ตลาดความงามยังคงให้ความสำคัญกับผิวกระจ่างใสอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ Whitening เป็นกลุ่มสินค้าที่มีความต้องการสูงอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ตระหนักถึงความปลอดภัย และมีการตรวจสอบส่วนผสมอย่างจริงจัง เพราะอย่างนั้นผู้ประกอบการที่จะเริ่มสร้างแบรนด์สกินแคร์ควรทราบถึงสาร Whitening ชนิดใดที่ปลอดภัย และผ่านการรับรองตามมาตรฐาน บทความนี้ Cosmina เลยจะมาแนะนำเรื่องนี้เพื่อให้สินค้าที่จะออกมามีทั้งประสิทธิภาพ และความปลอดภัยที่เหมาะสม
สาร Whitening ทำงานอย่างไรกับผิว
เพื่อให้สามารถเลือกใช้สาร Whitening ได้อย่างเหมาะสม เจ้าของแบรนด์จำเป็นต้องเข้าใจกลไกพื้นฐานของการเกิดเม็ดสีผิว (Melanin) และขั้นตอนที่สารเหล่านี้เข้าไปยับยั้งกระบวนการทำงาน โดยมีกลไกดังนี้
- ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase : สาร Whitening จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นเอนไซม์หลักที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสารตั้งต้นไปเป็นเม็ดสีเมลานิน การยับยั้งเอนไซม์นี้จึงเป็นการหยุดกระบวนการสร้างเม็ดสีตั้งแต่ต้นทาง
- บล็อกการขนส่งเม็ดสี : เม็ดสีเมลานินจะถูกบรรจุในถุงที่เรียกว่า “เมลาโนโซม” ก่อนจะถูกส่งไปยังเซลล์ผิวชั้นบน การใช้สารที่บล็อกการขนส่งนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เม็ดสีขึ้นมาสะสม และทำให้ผิวคล้ำขึ้น
- เร่งการผลัดเซลล์ผิว : สารบางชนิดช่วยเร่งให้เซลล์ผิวชั้นบนที่มีเม็ดสีสะสมอยู่หลุดลอกออกไปเร็วขึ้น ทำให้ผิวใหม่ที่กระจ่างใสกว่าปรากฏขึ้นแทน
- สารต้านอนุมูลอิสระ : ช่วยลดอนุมูลอิสระ และความเสียหายที่เกิดจากแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซต์เริ่มผลิตเม็ดสีตั้งแต่แรก
ตัวอย่างสาร Whitening ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และไม่ผ่านการรับรอง

การเลือกระหว่างสาร Whitening ที่ปลอดภัยกับสารที่ถูกห้ามเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค และความเสียหายทางกฎหมาย โดยตัวอย่างสาร เช่น
- สารที่ผ่านการรับรอง
– Niacinamide (Vitamin B3) : เป็นสารที่ได้รับความนิยมสูงเพราะความปลอดภัย และมีความสามารถในการทำงานหลายด้านโดยเฉพาะการบล็อกการขนส่งเม็ดสี นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว และลดการอักเสบ จึงเป็นสารที่ขาดไม่ได้ในการสร้างแบรนด์สกินแคร์ที่เน้นความอ่อนโยน
– Alpha Arbutin และ Arbutin : เป็นอนุพันธ์ของ Hydroquinone ที่ปลอดภัยกว่า มีกลไกการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase โดยตรง แต่ต้องใช้ภายใต้ความเข้มข้นที่กฎหมายกำหนด
– Ascorbic Acid และอนุพันธ์ (Vitamin C) : ทำงานเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง และช่วยยับยั้ง Tyrosinase นอกจากนี้ยังช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจน อย่างไรก็ตามต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความเสถียรของสูตร
– Kojic Acid : กรดที่ได้จากกระบวนการหมัก ช่วยยับยั้ง Tyrosinase ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ข้อเสียคือความไม่เสถียรต่อแสง และความร้อน ทำให้ต้องมีการออกแบบสูตรอย่างระมัดระวัง
– Tranexamic Acid : กรดอะมิโนสังเคราะห์ที่ช่วยลดการกระตุ้นของเม็ดสีที่เกิดจากการอักเสบ หรือรังสี UV โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาฝ้า - สารที่ไม่ได้มาตรฐาน
– ปรอท (Mercury Compounds) : สารอันตรายชนิดนี้ทำงานโดยการทำลายเซลล์เมลาโนไซต์ และเร่งการผลัดผิวอย่างรุนแรง ผลข้างเคียงที่จะตามมาคือ ผิวบางลง ไตถูกทำร้าย และเกิดความผิดปกติของระบบประสาท ที่สำคัญคือสารปรอทเป็นสารที่ถูกห้ามใช้ในเครื่องสำอาง และสกินแคร์ทั่วโลกอีกด้วย
– ไฮโดรควิโนน : สารที่ใช้ในการแพทย์เพื่อรักษาฝ้า และจุดด่างดำ แต่ถูกห้ามใช้ในเครื่องสำอาง และสกินแคร์ทั่วไป เนื่องจากมีผลข้างเคียงร้ายแรงหากใช้โดยไม่ควบคุม เช่น ผิวหนังอักเสบ และภาวะผิวคล้ำถาวร
– สเตียรอยด์ : สารนี้บางครั้งแอบมีการนำไปผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อลดการอักเสบ และทำให้ผิวขาวเร็ว แต่ผลข้างเคียงที่จะตามมมาคือ ผิวติดสาร เกิดสิวสเตียรอยด์ ผิวบางลง และเส้นเลือดฝอยแตก
ตรวจสอบสาร Whitening ที่ผ่านมาตรฐานอย่างไรได้บ้าง
การป้องกันความเสี่ยงจากการใช้สารที่ไม่ปลอดภัยควรมีการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกซัพพลายเออร์ไปจนถึงการผลิต ดังนี้
- ตรวจสอบบัญชีรายชื่อสารต้องห้าม
ควรอัปเดตข้อมูลบัญชีรายชื่อสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางตามกฎหมายไทย และมาตรฐานสากล (เช่น ASEAN Cosmetic Directive) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าวัตถุดิบที่จะใช้ไม่มีสารต้องห้ามปนเปื้อน
- ตรวจสอบความเข้มข้นสูงสุดที่อนุญาต
เนื่องจากสารบางชนิด เช่น Arbutin หรือ Ascorbyl Glucoside มีกำหนดความเข้มข้นสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ หากใช้เกินปริมาณที่กำหนดถือว่าผิดกฎหมาย
- ขอเอกสาร COA/TDS (Certificate of Analysis / Technical Data Sheet)
ทุกครั้งที่สั่งซื้อสารออกฤทธิ์ ควรขอเอกสาร COA จากซัพพลายเออร์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของสาร และขอ TDS เพื่อทำความเข้าใจคุณสมบัติการทำงานที่ถูกต้อง
- ตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยงในแล็บ
ควรมีการส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน (เช่น GC-MS/HPLC) เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ไม่มีสารต้องห้ามปนเปื้อนก่อนวางจำหน่าย
- เลือกโรงงานที่ได้มาตรฐาน
การทำงานกับโรงงานผลิตสกินแคร์ที่มีประสบการณ์ และมีระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด จะช่วยให้การตรวจสอบสารเหล่านี้เป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น และลดความเสี่ยงในการใช้สารที่ไม่ปลอดภัย
หากมีการทำความเข้าใจกลไก และประเภทของสาร Whitening ที่ถูกต้อง ก็จะช่วยให้การเลือกใช้สารมีความปลอดภัยได้มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอีกด้วย ดังนั้น การสร้างแบรนด์สกินแคร์ที่ประสบความสำเร็จจึงต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐาน และความปลอดภัยควบคู่ไปกับผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
หากท่านใดที่กำลังวางแผนทำแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง สามารถมาปรึกษา #COSMINA ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!!! เพราะเราเป็นโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางที่มีมาตรฐาน พร้อมกับมีประสบการณ์มากกว่า 46 ปี ดังนั้นมั่นใจได้ว่าท่านจะได้พบเจอกับคุณภาพ และบริการที่ประทับใจหากได้มาปรึกษากับเรา
