Lycopene

Lycopene สารสีแดงจากมะเขือเทศ ไม่เพียงเป็นที่นิยมในอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ยังเป็นหนึ่งสารที่ได้รับความสนใจในวงการสกินแคร์ เพราะด้วยคุณสมบัติเด่นที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และฟื้นบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก สำหรับใครที่กำลังสร้างแบรนด์สกินแคร์ และสนใจในสารนี้ การเข้าใจข้อดี และการทำงานของสาร จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสูตรที่แตกต่างได้

Lycopene คืออะไร ?

Lycopene เป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสารสีแดงที่พบมากในพืชผัก และผลไม้ เช่น มะเขือเทศ, แตงโม, มะละกอ สารนี้มีคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิด Lipid Peroxidation ซึ่งเป็นกระบวนการทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระ โดยบทบาทสำคัญของ Lycopene ต่อผิว คือ

  • มีประสิทธิภาพในการลดปริมาณ Reactive Oxygen Species (ROS) ในผิว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ และการเสื่อมของคอลลาเจน
  • ช่วยลดการแสดงออกของ Pro-Inflammatory Cytokines (ตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ) เช่น IL-6 และ TNF-α ซึ่งมักพุ่งสูงเมื่อผิวถูกทำร้ายจากแสงแดด หรือมลภาวะ
  • มีบทบาทในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเมลานิน ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น

Lycopene ธรรมชาติ กับ Lycopene สังเคราะห์ต่างกันยังไง

Lycopene ธรรมชาติ ได้จากการสกัดพืช ผลไม้สีแดง-ส้ม เช่น มะเขือเทศ แตงโม มักสกัดโดยใช้วิธีสกัดด้วยตัวทำละลาย (Solvent Extraction) เพื่อคงโครงสร้าง All-Trans Lycopene ให้เสถียรที่สุด มีสารประกอบฟีโนลิก (Phenolic Compounds) ร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแบบ Synergy Effect เหมาะกับการสร้างแบรนด์สกินแคร์ที่เน้น Clean Beauty หรือ Organic Skincare  แต่อาจเสื่อมสภาพง่ายเมื่อโดนแสง ออกซิเจน หรือความร้อน และต้นทุนอาจสูงเพราะมีขั้นตอนการสกัดค่อนข้างซับซ้อน

Lycopene สังเคราะห์ ผลิตโดยเริ่มจากใช้สารตั้งต้น เช่น Isoprene Units เพื่อสร้าง Lycopene ด้วยวิธี Wittig Reaction หรือ Grignard Synthesis จนออกมาในรูปแบบ All-Trans Lycopene เช่นเดียวกับธรรมชาติ แต่ไม่มีสารประกอบช่วยเสริมฤทธิ์ ข้อดีคือต้นทุนต่ำกว่าแบบธรรมชาติ และมีความเสถียรกว่าเล็กน้อยในสภาวะเก็บรักษา

5 ประโยชน์ของ Lycopene ในสกินแคร์

Cosmina Lycopene-02

  1. มีส่วนต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากมลภาวะ
    ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นโมเลกุลทำลายเซลล์ที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น มลภาวะ, ฝุ่น PM2.5, ควันบุหรี่ และความเครียด อนุมูลอิสระเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ โดย Lycopene จะทำให้ผิวแข็งแรง และทนทานต่อมลภาวะในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
  1. ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี UV
    มีความสามารถในการช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในแสงแดดได้ โดยทำหน้าที่ดูดซับรังสี และลดการอักเสบของผิวหลังการเผชิญแดด อย่างไรก็ตาม Lycopene ไม่ใช่สารกันแดดโดยตรง และไม่สามารถทดแทนการทาครีมกันแดดได้ แต่การใช้สกินแคร์ที่มีสารนี้ควบคู่กับการทาครีมกันแดดเป็นประจำ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  1. ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
    ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยของผิวส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เอนไซม์ในผิวที่ชื่อว่าคอลลาจีเนส (Collagenase) Lycopene จะเข้าไปช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์นี้ ปกป้องคอลลาเจนในผิวไม่ให้ถูกทำลายได้ง่าย พร้อมทั้งปกป้องเซลล์ผิวจากการเสื่อมสภาพ จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ร่องลึก และรักษาความกระชับของผิว
  1. ปลอบประโลมผิว และลดรอยแดง
    ช่วยลดอาการแดง การอักเสบของผิวหลังเผชิญแดด และรอยแดงที่เกิดจากสิว เมื่อผิวเกิดการระคายเคืองน้อยลง ก็จะเอื้อต่อกระบวนการฟื้นฟูตัวเอง ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน และมีสุขภาพดีขึ้น
  1. เพิ่มความกระจ่างใส และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
    มีคุณสมบัติช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำที่เกิดจากแดด หรือรอยสิว และลดโอกาสการเกิดจุดด่างดำใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิว เมื่อเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำหลุดลอกออกไปตามธรรมชาติ เซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรง และมีสุขภาพดีก็จะเผยออกมา

ด้วยคุณสมบัติพิเศษของ Lycopene ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมการปกป้องผิวจากแสงแดด ทำให้สารนี้กลายเป็นส่วนผสมสำคัญในหลายสูตรสกินแคร์ หากคุณกำลังวางแผนสร้างแบรนด์สกินแคร์ การเลือกสารที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยอย่าง Lycopene จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของคุณตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

หากท่านใดที่กำลังวางแผนทำแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง สามารถมาปรึกษา #COSMINA ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!!! เพราะเราเป็นโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางที่มีมาตรฐาน พร้อมกับมีประสบการณ์มากกว่า 46 ปี ดังนั้นมั่นใจได้ว่าท่านจะได้พบเจอกับคุณภาพ และบริการที่ประทับใจหากได้มาปรึกษากับเรา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว