
ในกระบวนการเลือกใช้สารกันแดดสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว การพิจารณาด้านความปลอดภัยถือเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากมีสารบางชนิดที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ด้วยเหตุผลสำคัญนี้จึงทำให้ผู้ที่สนใจทำแบรนด์ครีมกันแดด ควรศึกษารายละเอียดสารแต่ละตัวอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ได้สูตรที่ทั้งปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นมิตรต่อผู้บริโภคมากที่สุด
ผลกระทบต่อแบรนด์หากใช้สารกันแดดอันตราย
แน่นอนว่าการเลือกใช้สารกันแดดอาจส่งผลเสียต่อผู้บริโภคไม่มากก็น้อย แต่นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อแบรนด์ของคุณในอีกหลายด้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- การเลือกใช้สารกันแดดอันตราย หรือมีความเสี่ยงสูงอาจนำไปสู่เสียงตอบรับเชิงลบ เช่น ผู้ใช้จริงออกมาเตือนภัยในโซเชียล ผู้บริโภคเริ่มไม่มั่นใจในความใส่ใจของแบรนด์
- เกิดความเสี่ยงด้านกฎหมาย เพราะสารบางชนิดถูกแบน หรือจำกัดปริมาณในหลายประเทศ เช่น Oxybenzone และ Octinoxate ถูกแบนในรัฐฮาวาย และประเทศ Palau เนื่องจากเป็นพิษต่อปะการัง
- หากแบรนด์ตั้งใจจะวางตัวเป็นผลิตภัณฑ์ “ปลอดภัยต่อผิวแพ้ง่าย” หรือ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” อาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับภาพลักษณ์แบรนด์โดยตรง อีกทั้งยังส่งผลกับกลุ่มผู้บริโภคที่เลือกผลิตภัณฑ์ด้วยเหตุผลจริยธรรม เพราะจะรู้สึกว่าแบรนด์ขาดความโปร่งใส
สารกันแดดที่ควรเลี่ยง
ก่อนจะเลือกสูตร หรือทำแบรนด์ครีมกันแดด ควรรู้จักสารที่อาจเสี่ยงต่อผิว และสิ่งแวดล้อม โดยจะตกอย่างอย่างสารที่ควรเลี่ยง 5 สาร ดังนี้

- Oxybenzone (Benzophenone-3)
เป็นสารในกลุ่ม Chemical Sunscreen ที่ดูดซับรังสี UV ได้ดี แต่มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวโดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และยังอาจเกิดการสะสมในร่างกายทั้งในน้ำนม หรือปัสสาวะด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีผลต่อปะการังจนถูกห้ามใช้ในบางประเทศ เช่น ฮาวาย และปาเลา
- Octinoxate (Ethylhexyl Methoxycinnamate)
สารนี้ช่วยดูดซับรังสี UVB พบได้ในครีมกันแดดทั่วไป สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย แต่มีคุณสมบัติกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนเช่นเดียวกับ Oxybenzone ซึ่งมีแนวโน้มก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือทำให้ผิวไวต่อแสง (Photosensitivity) และอาจส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล
- Homosalate
ใช้เพื่อช่วยดูดซับรังสี UVB เช่นกัน มักพบในครีมกันแดดแบบ Chemical แต่สลายตัวได้ง่ายเมื่อโดนแสงแดด หากใช้ในปริมาณมาก หรือมีการสะสมในร่างกายอาจมีฤทธิ์รบกวนระบบฮอร์โมน อีกทั้งยังมีข้อกังวลด้านความปลอดภัยระยะยาว จึงอยู่ภายใต้การตรวจสอบขององค์กรด้านสุขภาพ เช่น EWG (Environmental Working Group)
- Octocrylene
มีคุณสมบัติดูดซับรังสี UVB และบางส่วนของ UVA แต่มีแนวโน้มที่จะเกิดสารอนุมูลอิสระเมื่อโดนแสงแดด ซึ่งเป็นปัจจัยที่เร่งการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว และอาจทำให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคืองผิวในบางคน รวมถึงมีการสะสมในเนื้อเยื่อ
- PABA (Para-Aminobenzoic Acid)
สารกันแดดที่ใช้มายาวนาน และมีราคาถูก แต่ปัจจุบันไม่ค่อยพบแล้วในสูตรกันแดดสมัยใหม่เพราะมีอัตราการแพ้ และระคายเคืองสูงมาก นอกจากนี้ยังอาจมีผลต่อ DNA เมื่อสัมผัสกับ UV หลายประเทศรวมถึง FDA ไม่แนะนำให้ใช้ PABA ในผลิตภัณฑ์กันแดดอีกต่อไป
การเลือกสารกันแดดที่ปลอดภัยไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการแพ้ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนทำแบรนด์ครีมกันแดด การใส่ใจในการเลือกส่วนผสมถือเป็นก้าวแรกที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และเสริมจุดขายให้กับผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างมีคุณภาพ
หากท่านใดที่กำลังวางแผนทำแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง สามารถมาปรึกษา #COSMINA ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!!! เพราะเราเป็นโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางที่มีมาตรฐาน พร้อมกับมีประสบการณ์มากกว่า 46 ปี ดังนั้นมั่นใจได้ว่าท่านจะได้พบเจอกับคุณภาพ และบริการที่ประทับใจหากได้มาปรึกษากับเรา
